แม้ไคลด์จะโดนติดคุกที่เรือนจำ อีสต์แฮม ไพรสัน ฟาร์ม ระหว่างปี1930-1932 แต่กระนั้นเขาก็ไม่หมดลายง่ายๆ เขาสร้างอิทธิพลและบารมีในคุก จนเป็นหัวโจกที่ไม่มีใครกล้าตอแย เรื่องประจำที่เขาและเพื่อนๆทำในคุกนี้ทุกวันคือ หาเรื่องต่อยตี อัดถั่วดำนักโทษใหม่ และที่ร้ายสุดมีอยู่ครั้งหนึ่งเขาได้ฆ่าเจ้าหน้าที่เรือนจำคนหนึ่งจนเสียชีวิตด้วยท่อเหล็กฟาด แต่ไม่มีใครเอาผิดไคลด์ได้เพราะทุกคนในคุกเลือกที่จะหุบปาก
อนึ่ง ไคลด์มีนิสัยที่ขี้เกียจมากๆ เขาไม่ชอบทำงานหนัก มีอยู่ครั้งหนึ่งเขายอมเอาขวานมาจามนิ้วเท้าของตนเองจนขาดกระเด็นไป 2 นิ้ว เพื่อจะได้ไปทำงานในไร่ฝ้าย(อะไรมันจะขี้เกียจขนาดนั้นเนี้ย)
และด้วยความพยายามของแม่ของไคลด์ ซึ่งเธอวิ่งเต้นจนสามารถให้ศาลอภัยโทษเขาได้ โดยให้เหตุผลคือไคลด์เป็นนักโทษชั้นดีในเรือนจำ(เพราะทั้งผู้คุมและเพื่อนนักโทษไม่กล้ารายงานเรื่องไคลด์) ส่งผลให้ศาลอนุญาตให้ปล่อยตัวไคลด์หลังจากรับโทษครบ 2 ปีเท่านั้น
วันที่ 8 กุมภาพันธ์ ปี ค.ศ.1932 เป็นวันที่ไคลด์ออกจากคุก บอนนีเป็นคนไปรับไคลด์ที่หน้าเรือนจำอย่างชื่นบาน ไคลด์เดินกะโผลกกะเผลกเพราะแผลที่ตัดนิ้วเท้า และโผซบบอนนีอย่างรักจริงหวังแต่ง และตั้งแต่นั้นมา ทั้ง 2 ก็ใช้ชีวิตร่วมกัน และไม่เคยแยกจากกันอีกเลย
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น