แก๊งแบร์โรว์
วันที่ 19 กรกฏาคม 1933 แก๊งแบร์โรว์ทั้ง 5 ซึ่งได้แก่ บอนนี ไคลด์ โจนส์ บัค และบลังเช เดินทางไปหาที่กบดานใหม่ จนมาหยุดที่พักสำหรับนักท่องเที่ยวชื่อเรค คราวน์ ที่แพร็ตต์ มิสซูรี ทั้งหมดเช่าบ้านแฝด 2 ชั้น 2 หลัง โดยมีโรงจอดรถอยู่ตรงกลาง แต่พวกเขาอยู่ที่นี่ไม่นานนัก เพราะนักท่องเที่ยวรายหนึ่งจำหน้าได้ แล้วแจ้งให้นายอำเภอเมืองแพร็ตต์ หรือ ฮอลต์ คอฟฟีย์ ทราบ และในเวลาต่อมาเจ้าหน้าที่ทำการปิดล้อมที่พักแห่งนั้น และเกิดการดวลปืนเกิดขึ้น นายอำเภอโดนที่ลำคอ จากนั้นบัค แบร์โรว์ออกจากบ้านแล้วไถลไปมาพร้อมยิงปืนกลใส่เจ้าหน้าที่ แต่ก็ถูกกระสุนยิงที่ศีรษะด้วยเช่นกัน ทั้งหมดพยายามหนีออกจากบ้านเพื่อขึ้นรถ และสามารถหลบหนีไปได้อีกครั้ง
3 วันต่อมา วันที่ 24 กรกฎาคม 1933 เจ้าหน้าที่ทราบข่าวอีกครั้งว่าแก๊งแบร์โรว์หลบหนีไปอยู่เมืองเด็กซ์เตอร์ ไอโอวา เพื่อรักษาบาดแผลจากการดวลปืนครั้งนั้น จนพบแหล่งกบดานที่สวนสนุกร้างแห่งหนึ่ง ตำรวจมุ่งไปสวนสนุกแห่งนั้นอย่างรวดเร็ว สงครามปืนก็เกิดขึ้นอีกครั้ง ไคลด์ต้องแบกบอนนีขึ้นบ่าพร้อมกับโจนส์หลบหนีไปได้ ส่วนบัคและบลังเชยอมจำนน และถูกจับที่สวนสนุกแห่งนั้นเอง
หลายวันต่อมาบัคทนพิษบาดแผลจากการดวลปืนครั้งนั้นไม่ไหวและเสียชีวิตลง ส่วนบลังเชถูกส่งเข้าเรือนจำหญิงในมิสซูรี
หลังเหตุการณ์ในครั้งนั้นถือว่าเป็นจุดเริ่มต้นของความตกต่ำของแก๊งแบร์โรว์ เมื่อถูกเจ้าหน้าที่ออกตามจับอย่างไม่ลดละ พวกเขาหนีไปไหนก็เจอเจ้าหน้าที่เกือบทุกจุด ซึ่งเป็นเหตุให้วิลเลียม โจนส์ ต้องแยกตัวออกไป เพราะกลัวตาย(แต่ก็ไปไม่รอด เขาถูกจับในเท็กซัส) วันที่ 22 พฤศจิกายน หลังจากที่บอนนีและไคลด์อยู่อย่างหลบๆซ่อนๆ ก่อนที่จะตัดสินใจไปเยี่ยมแม่ของบอนนีที่บ้านในดัลลัส และตำรวจก็ตามไปดักอีก จึงเกิดการดวลปืนอีกครั้ง ส่งผลให้บอนนีและไคลด์โดนกระสุนเข้าที่ขา ทำให้ทั้ง 2 ต้องหลบหนีไปที่ตำรวจตามกลิ่นไม่ได้อีกครั้งอย่างหัวซุกหัวซุน
14 มกราคม ปีค.ศ.1934 บอนนีและไคลด์ปรากฏตัวขึ้นอีกครั้ง ที่เรือนจำอีสต์แฮม ไพรสัน ฟาร์มในฮันต์สวิลล์ โดยพยายามช่วยเหลือเพื่อนเก่าหลบหนีออกจากคุก คือเรย์มอนด์ แฮมินตัน เรย์มอนด์หลบหนีออกมาได้ พร้อมกับเพื่อนคุกอีกคนคือเฮนรี เมธวิน ระหว่างหลบหนียังได้ฆ่าผู้คุมตายไปอีกหนึ่งคน
เมื่อบอนนี และไคลด์ช่วยเหลือเรย์มอนด์และเฮนรีออกมาได้ แก๊งแบร์โรว์ก็เกิดขึ้นใหม่อีกครั้ง โดยมีสมาชิกใหม่คือเรย์มอนด์และเฮนรี เมธวิน ในระหว่างเดือนมกราคมถึงมีนาคม แก๊งแบร์โรว์ออกอาละวาดหนักอีกครั้ง ตระเวนปล้นทั้งร้านค้า ห้างร้าน และธนาคาร
ในเวลาต่อมาเรย์ แฮมิลตันขอออกจากแก๊ง และถูกตำรวจจับได้อีกครั้ง คราวนี้เขาได้รับโทษประหารชีวิตด้วยการนั่งเก้าอี้ไฟฟ้าในปีค.ศ.1935 จากความผิดฐานฆ่าผู้คุม ระหว่างหลบหนีออกจากคุกที่ฮันต์สวิลล์
หลังจากเรย์มอนด์ออกไป ในแก๊งแบร์โรว์เหลือสมาชิกเพียง 3 คน แต่กระนั้นพวกเขาก็ไม่หยุดปล้น ในวันที่ 1 เมษายน ค.ศ.1934 วันอาทิตย์ ที่อีสต์เตอร์ แก๊งแบร์โรว์ฆ่าตำรวจทางหลวงตายอีก 2 นายที่แทร์แรนต์ เคาน์ตี เท็กซัส โทษฐานเรียกให้รถของเขาหยุด 5 วันต่อมา แก๊งแบร์โรว์ฆ่าตำรวจอีกหนึ่งนาย ที่คอมเมิร์ซ โฮคลาโฮมา และลักพาตัวหัวหน้าสายตรวจ เพอร์ซีย บอยด์ แต่ในที่สุดก็ปล่อยตัวกลับมา พร้อมกับมุกเล็กๆของบอนนีว่า “ ไปบอกคนอื่นๆด้วยนะว่าหนังสือพิมพ์ที่เอาภาพฉันสูบซิการ์ไปลงน่ะ มันเรื่องโกหก ฉันไม่ได้สูบนะ บุคลิกเสียหมด ”
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น